ผู้ชายไม่ผ่านโปร

View : 0

ผู้ชายไม่ผ่านโปร

        การจะคัดคนเข้ามาในชีวิตนั้น มิใช่จะทำกันได้อย่างง่ายดาย บางคนถือว่า เสมือนกับการสอบคัดเลือกกันทีเดียว

        บางคนก็รับสมัครน้อย คนสอบผ่านก็น้อย คนสำเร็จบรรลุก็น้อย ประดุจกับจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ อะไรทำนองนั้น

        บางคนรับสมัครไม่อั้น มาเท่าไรรับหมด แต่โอกาสจะสอบผ่าน ไปจนจบทุกภาควิชา ถึงขนาดเลือดตาแทบกระเด็นก็มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ประดุจดัง มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น

        บางคนกว่าจะจบ น้ำลายแทบเป็นสายเลือด คือไปอ้อนวอนขออาจารย์ผู้ควบคุมวิชากรุณาอย่าเข้มงวดนักเลย จึงสามารถผ่านได้

        ก็ในเมื่อแต่ละคนมีมาตรการในอันที่จะสกรีนคนที่จะผ่านเข้ามาในชีวิต ว่าจะให้สนิทสนมมากเพียงใดแตกต่างกันไปเช่นนี้ ก็คงสรุปได้ยากว่า อะไรคือมาตรฐานที่จะจัดการผ่านการพิจารณาว่าผู้ไว้วางใจได้หรือไม่ได้ แต่ก็พอจะมีข้อสังเกตบางประการ สำหรับผู้ชายบางคนที่ได้ใช้ทั้งหมดของความพยายามลงไป ให้เขาเต็มตัวเต็มกำลัง แต่ก็ยังไม่ได้ผลอยู่ดี

        ข้อมูลต่อไปนี้ ผมได้รับความเอื้อเฟื้อจากผู้หญิงโสดคนหนึ่ง ที่มีหน้าที่การงานทางด้านบริหารระดับสูง อยู่ในโรงแรมระดับ 5 ดาวที่หนึ่ง

        ซึ่งเธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับผู้คนมากหน้าหลายตาตลอดทั้งวัน เพราะงานของเธอบังคับอยู่กราย ๆ แต่อย่างไรใจเธอก็พร้อมจะพบปะผู้คนอยู่แล้วด้วย

        เธอได้ให้ความเห็นอย่างฉะฉานซ่านเซ็นเป็นฟองฝอยว่า อันว่าผู้ชายที่ตะกายเข้ามาในชีวิตเธอนั้น มีอยู่ด้วยกันมากหน้าหลายตา คือ แปลว่ามีอยู่เยอะแยะ ไม่ใช่แปลว่า มีคนเดียวแต่หลายหน้าและมีหลายตา หรือหลายหน้าตาเดียวทำนองนั้น

        แต่ในบรรดาผู้ชายหลากหลายคน ที่พาชีวิตมาให้เธอรู้จักมักคุ้น ทุกรายสอบไม่ผ่านเลยแม้นแต่คนเดียว ซึ่งเธอก็ได้คุยให้ฟังว่า เป็นเพราะเหตุใด ผู้ชายเหล่านั้นจึงไม่ผ่าน PROBATION ดังต่อไปนี้

        1. พวกชอบโอ้อวดชวดฉลู

        ผู้ชายประเภทนี้อาจจะเป็นพวกเศรษฐีใหม่ ยังไม่คุ้นเคยกับการมีเงินคือ จนมาจนชิน กัดก้อนเกลือกินจนอยู่ตัว พอเริ่มมั่งมี หรือพอมีมั่งขึ้นมา ก็อดใจไว้ไม่ได้ที่ประกาศให้ใครเขารู้ว่า อาตมานี่รวย ใส่แหวนเพชรเม็ดเท่าที่ทับกระดาษ เวลาพูดคุยก็คอยยกนิ้วขึ้นมาเกาคาง เกรงไปว่าสุภาพสตรีที่มากับตัวเองจะเห็นไม่ชัด

        จะจับช้อนคอนมีดเวลารับประทานอาหาร หรือแม้นแค่ถือแก้ว ก็ต้องจับแบบกรีดกรายเพียงสามนิ้ว ส่วนนิ้วที่สวมแหวนอยู่ก็กระดกแล้วคอยกระดิกแสดงว่า บนนิ้วข้า ระดับยิ่งกว่า เพชรซาอุ

        หรือไม่เวลาพาสุภาพสตรีไปรับประทานอาหารตามผับตามร้านอาหาร พ่อเจ้าประคุณก็ต้องผุดลุกผุดนั่ง ขอตัวไปเลื่อนรถเบนซ์ รถสปอร์ต พยายามจอดตรงหน้าร้าน กลัวใครเขาไมารู้ กลัวคนจะดูไม่เห็น ว่าขับรถเบนซ์มารับประทานข้าว

        สาวสมัยผู้ให้ข้อมูลเรื่องนี้ บอกว่าการกระทำเช่นนี้มันน่าเบื่อจะตายไป เพราะคนระดับอย่างเธอไม่ได้เห่อว่าผู้ชายต้องขับรถเบนซ์เสมอไป

        เอ่อ…ถ้าเป็นเด็กระดับพาณิชย์หรือยังเป็นนักศึกษาบางคนก็ไปอย่าง เห็นรถเบนซ์แล้วค่อยตื่นเต้นกันหน่อยอย่างนั้น

        2. ผู้ชายประเภทขี้คุยกระจุยกระจาย

        ผู้ชายผู้ไม่เป็นที่ปรารถนาของอิสตรี ประเภทนี้ผีเจาะปากมาโดยเฉพาะ แล้วเรื่องพูดจาก็มักเป็นเรื่องที่เสริมอัตตาตัวเองเป็นหลัก คืออะไรก็ของฉัน ๆ บ้านของฉัน รถของฉัน ธุรกิจของฉัน ผู้หญิงเขาก็จะนึกว่า โลกนี้มีแต่ของมัน ไม่มีของเราบ้างเลยหรืออย่างไร

        “คิดดูก็แล้วกันว่า ระหว่างพบถึงจาก พี่แกลากเรามาฟังเรื่องส่วนตัว ตั้งแต่เกิดยันใกล้ตายว่าชีวิตแกสดใสขนาดไหนบ้าง บางคนมันบอก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปซื้อตู้เย็นมาราคาสามแสนเศษ ซื้อมาแล้วก็มานั่งหนักใจ ว่าซื้อไปได้ยังไงไม่ใช่เพราะแพง แต่มันเข้าประตู้บ้านไม่ได้ ตู้เย็นอะไรก็ไม่รู้ ดู ๆ อย่างกับตู้คอนเทนเนอร์”

        ดูมันเวอร์ถ้าเป็นตู้เย็นขนาดนั้น ไม่ใช่แค่แช่ได้เฉพาะ ผักผลไม้ แช่คนพูดได้อีกต่างหาก ผู้ชายที่มีพฤติกรรมเยี่ยงนี้ สุภาพสตรีเขาพิจารณาให้สอบตก ตั้งแต่ยกแรกแล้ว

        3. พวกโลเลโอ้ละเห่โอละช่า

        ผู้ชายประเภทนี้ เข้าสุภาษิตที่บอกไว้ว่า

        “เหยียบเรือสองแคม” หรือไม่ก็ “จับปลาสองมือ” หรืออีกอย่าง “ยินปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” หรือ “ช้างตายทั้งตัว” อย่าเข็นครกขึ้นภูเขา”

        รู้สึกว่าอย่างหลังนี่จะไม่ข้องเกี่ยวเอี่ยวกันสักเท่าใดนัก แต่ทว่าผู้ชายประเภทนี้ จัดอยู่ในประเภท

        “ชอบตีท้ายออฟฟิศ” หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า “พระยาเทสำนักงาน”

        หนอยแน่ มาจีบเจ้านาย พอเห็นลูกน้องเข้าพลอยน้ำลายไหลไปด้วย กรุ้มกริ่มก้อร่อก้อติกขอเบอร์โทรศัพท์มานัดไปรับประทานข้าวทีหลังเฉยเลย ผู้ประพฤเช่นนี้ อย่าหวังจะมีอนาตคสดใส เพราะผู้หญิงเขาก็ต้องพบปะพูดคุยกันบอกกล่าวกันอยู่แล้ว คงไม่มีลูกน้องที่ไหน ภูมิใจที่ได้คุยว่า “โถ…คนที่มาจีบลูกพี่เราคนนั้น ฉันผ่านมาแล้วแหละเธอ”

        ฉะนั้นการกะเปิ๊บกะป๊าบ เป็นมวยวัดชกมั่ว ผลสุดท้ายก็จะไม่ได้ใครสักคน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มิใช่จะยืนยันในหลักการเดิม แล้วค่อย ๆ เก็บทีละคน ๆ จนหมดสำนักงาน แม้นแต่ แม่บ้านถูพื้นยังไม่เว้น อย่างนี้ก็ไม่ไหว

        ไม่ใช่เรี่ยวแรงไม่ไหว แต่คงจะมีใครเขาส่งให้เดินทางไปสู่สุคติภพซะก่อนนั่งเอง

        4. ประเภท เปิดขวดชวดฉลู

        ผู้ชายประเภทนี้ไปกับสุภาพสตรีแล้วเหมือนไม่ได้ไป เพราะเป็นผู้ชายที่ไม่สนใจความต้องการของเพศตรงข้ามเลย

        พอเข้าร้านอาหาร ร้านสุรา ก็สั่งเปิดขวดท่าเดียว ไม่ได้ถามไถ่สักคำว่า สตรีที่มาด้วยเขาเป็นประเภท นางฟ้าสุราลัย หรือไม่ ถือว่าก็ข้าเปรี้ยวปากอยากจะดื่ม ก็ต้องเปิดขวด อวดร่ำอวดรวยกันหน่อย เช่นนี้สตรีใดเขาจะคบได้ด้วยดี มีแต่เปิดหนีกันไปหมดในที่สุด

        เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ เขาก็ต้องคิดไว้ในใจอยู่แล้วว่า “ไม่ถามสักคำว่าดื่มเหล้าได้ไหม แล้วเล่นสั่งมากระดกเอา ๆ แล้วถามมันเมา มันไม่ปล้ำเราหรือว่ะเนี่ยะ” อย่างนี้ใครเขาจะไปยอม…เอ่อ…นี่ ถ้ามอมให้เมาก่อนก็ไปอย่าง

        เรื่องนี้สุภาพบุรุษที่ดีเขาไม่นิยมกระทำกัน ทำเมื่อใด ผู้หญิงเขาก็บ๊ายบายเมื่อนั้น

        5. คำไหน คำนั้นไม่ใช่ คลำไหน คลำนั้น

        เรื่องอย่างนี้สตรีส่วนใหญ่เขาถือสา วันเวลานัดหมายระหว่างผู้ชายคนนั้นถือว่าเป็น นัดสำคัญ วันที่รอคอย ไม่ใช่จะออกเดท ดูหนัง ฟังเพลง ไปงานแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ไปยันงานศพเมียเก่าของเขาเอง

        ผู้หญิงไม่เหมือนผู้ชาย นึกจะไปไหนก็ไปได้เลย

        ผู้ชายหน้าไหนจะมาล่วงรู้ว่า กว่าจะถึงวันนัดผู้หญิงบางคนขัดน้ำแร่ แช่น้ำนมรอจนมดขึ้นไปหลายตลบแล้ว เลือกชุดใหม่ ตัดผมใหม่ สระ ไดร์ ซอย เซ็ท เช็ดถูปัดรังควานมาอย่างสุดชีวิต

        แต่แล้ววันดีคืนร้าย ผู้ชายคนนั้นก็ไม่มาตามนัดหรือโทรมาแคนเซิ้ล ครึ่งชั่วโมงก่อนถึงเวลาที่นัดหมายไว้ อ้างนัดเลี้ยงลูกค้าหรือพ่อประธานบริษัทบินมาจามาเก๊า โดยมิได้นัดหมาย ต้องไปดูแลต้อนรับ

        ปล่อยให้ผู้หญิงรอคอยประดุจ MOTHER LATE LOTUS (แม่สายบัว) ผู้น่าสงสาร

        สตรีผู้พบเจอะเจอผู้ชายมากลาย มากแบบท่านนี้ บอกกล่าวกับผมด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

        แค่ THE WAY HE DOES มันเหลือกำลังรับ โทรมาแคนเซิ้ล แล้วก็ไม่ได้บอกว่านัดต่อไปที่ไหน อย่างไร ขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง พบกันที่ไหน ไม่มีเลย เหมือนกับว่า ผู้หญิงรายนี้นัดเล่นฟรี ๆ อีกเมื่อไรก็ย่อมได้ ผู้ชายที่กระทำเช่นนี้รับรองว่า เกิดปีชวดแน่นอน

        แล้วข้อใหญ่ใจจริงที่เธอมาก็คือว่า หลังผิดนัดผลัดผ่อนแล้ว ควรจะมีดอกไม้สักช่อ ส่งมาขอโทษสารภาพผิด เพียงแค่นี้ ผิดนัดอีกทีพี่ผู้หญิงเขาก็พร้อมจะให้อภัย (แต่ถ้าบ่อยเกินไป อาจต้องเพิ่มจากดอกไม้เปลี่ยนเป็นยกมาทั้งต้นแล้วติดธนบัตรไว้ตามกิ่งก้านถือว่าเป็น ผ้าป่าขอขมาอะไรทำนองนั้นก็เป็นได้)

        เพราะดอกไม้กับสตรีชาตินี้แยกกันยังไงก็ไม่มีวันออก ถึงจะกินไม่ได้ (ไม่มีใครมานั่งเด็ดดอกไม่กิน) แต่ความหมายของมัน เข้าไปถึงใจคุณนายท่านผู้ว่าจริง ๆ

        ทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นเพียงเกร็ดชีวิตที่ผู้หญิงนักทำงาน ที่มีความสามารถพอที่จะไม่ต้องพึ่งพาผู้ชายคนใดมาเลี่ยงได้ตลอดชาติคนหนึ่ง เคยประสบพบเจอ

        แล้วเธอก็มาเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์ ถึงผู้ชายที่ตกรอบแรกทั้งหลาย ว่ามีพฤติกรรมประการใดบ้าง

        เป็นผู้หญิงก็คงลำบากอย่างนี้ กว่าจะเลือกคู่แต่ละทีต้องถี่ถ้วน ไปเจอผู้ชายไม่ผ่านโปรเบชั่น แต่แรกเริ่มนั้นก็ดีไปอย่าง จะได้คัดทิ้งหาของจริงกันต่อไป แต่บางคนก็ประพฤติตัวโอเค จะผ่านโปรเบชั่นแล้วหลัง ๆ ดัน เขี้ยวงอกเขาโง้ง มาออกตัวตนที่แท้ เพราะความแก่วัดเช่นนี้คงลำบาก

        หรือพวกที่สอบตกป่นปี้ เพราะคะแนนติด E ติด F ตลอด พวกนี้ก็ไม่น่าห่วงใย ทิ้ง ๆ ไปหาของใหม่ดีกว่า แต่ถ้าไปเจอผู้ชายบางประเภททำคะแนนเต็มมาโดยตลอด ผู้หญิงก็นึกว่านั่นไงใช่แล้ว ฟ้าประทานสวรรค์ลิขิต ส่งของจริงมาเกิดแล้วไง

        ที่ไหนได้พออยู่ด้วยกัน อีดันสารภาพว่า ที่ได้คะแนนนี้เที่ยวปอกลอกเขาป่นปี้ไปหมด ถ้าเจอประเภทนี้ก็อย่าไปคิดอะไร จงปลงซะ…ปลงซะให้ตายไปข้างหนึ่ง ถึงจะดี…………….

เขียนโดย : จตุพล ชมภูนิช (อ.เชน)

 

Line@ : http://line.me/ti/p/%40sjm2414w
ลิงค์ Instagram : http://i.instagram.com/jatuponechompoonich/
ลิงค์ Youtube : www.youtube.com/c/SupershaneThailand
ลิงค์ Facebook : www.facebook.com/jatuponechompoonich

View : 0

Comments

comments