ผู้หญิงไทย…สวยไว้ก่อน

View : 0

ผู้หญิงไทย…สวยไว้ก่อน

        ในโลกของความเป็นจริง ไม่เคยมีผู้หญิงคนใดยอมรับกับตัวเองโดยดุษณีภาพว่าตัวเองมิใช่คนสวย ส่วนมากจะเถียง คอเป็นเอ็น คางเป็นเชือก ว่าฉันก็จัดว่าเป็นคนสวยคนหนึ่งเหมือนกัน เพียงแต่ว่าไม่เป็นคนสวยจัดเท่านั้นเอง

        แม้ไม่ได้เป็นคนสวยระดับจักรวาล ก็เป็นนางงามระดับประเทศ

        แม้ไม่ใช่คนงดงามระดับท้องถิ่น แต่เป็นคนที่สวยที่สุดในบ้าน เพราะทั้งบ้าน มีผู้หญิงอยู่คนเดียว

        แม้พระเจ้าจะไม่สามารถแบ่งสรรปันความสวยสดงดงามให้กับผู้หญิงทุกคนได้อย่างเสมอหน้ากัน แต่ผู้หญิงเกือบทุกคนก็ทราบดีว่า แม้ความงามตามธรรมชาติที่พระเจ้ามิได้ให้ ก็มิใช่ว่าจะไม่มีทางได้มา

        เพราะปัจจุบันนี้พระเจ้าจำแลงแปลงกายเข้าไปอยู่ตามคลินิกศัลยกรรมตกแต่งที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดหน้าฝนก็มิปาน และผู้หญิงบางคนใช้เวลาอยู่หน้ากระจกคิดเฉลี่ยดูแล้วมากกว่าอยู่ต่อหน้าที่การงาน แต่ก็นับว่าเห็นใจ เพราะบางคนนั้นหน้าที่การงานนั้นต้องอยู่หน้ากระจก เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เคยมีสุภาพสตรีท่านหนึ่งเป็นนางแบบ ดาราภาพยนตร์ และละครเวที เคยคุยให้ฟังว่า

        ในช่วงตอนสมัยเธอเป็นสาว ๆ มีเพื่อนรุ่นเดียวกันกับเธอมาเล่าให้ฟังว่า ตอนมีนัดครั้งแรกกับผู้ชายรู้สึกตื่นเต้นไปทั้งเนื้อทั้งตัว ก่อนวันนัดก็เฝ้าคอยนั่งอยู่ที่หน้ากระจกทั้งวี่ทั้งวัน ประแป้งแต่งตัว ลองสวมชุดนี้ชุดนั้น ดูว่าจะเข้ากับบรรยากาศอันแสนจะโรแมนติกหรือไม่ และต้องคอยมานั่งทายใจว่าคู่เดทของเธอจะสวมใส่ชุดสีอะไรแบบไหน จะได้เลือกเฉดสีให้เข้ากับเสื้อผ้าที่เขาใส่มา หรืออย่างน้อยให้เข้ากับรองเท้าเขาก็ยังดี และประการสำคัญก็คือต้องหัดลองยิ้มกับกระจกหลาย ๆ มุม หลาย ๆ รูปแบบ

        เอียงข้างซ้าย 45 ํ แล้วเผลอยิ้มริมปากด้านบนขึ้นเล็กน้อย ชำเลืองตาไปทางซ้าย 1 ครั้ง ทางขาว 2 ครั้ง แล้วกระพริบถี่ ๆ 9 ครั้งติดต่อกัน หลังจากนั้นค่อยเผยรอยยิ้มละมุนละไมออกไปแบบกะปริดกะปรอย คือไม่มากและไม่น้อย แต่ไม่ให้ขาดช่วง

        เมื่อฝ่ายคู่นัด ตกตะลึงพรึงเพริด กับ มุมสวยมุมประหยัดที่เธอนำมาเสนอแล้ว ต่อไปอาจจะมีการแลบลิ้นสีชมพู (ควรมีแฉกเดียว) ขึ้นมาเล็มเลียริมผีปากด้านบนช้า ๆ 2 รอบ

        แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีแมลงวันบินมาเกาะตรงบริเวณใบหู ไม่ควรใช้ลิ้นตวัดแมลงวันมากินโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้ไก่ตื่นได้ ถ้าทำเช่นนี้ ถ้าเขาไม่คิดว่าเราหิวข้าวจนใกล้จะแปลงร่างเป็นกระสือไปซะก่อน ทุกอย่างก็คงจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

        ฉะนั้นในวันนัดสำคัญ วันพิเศษ ผู้หญิงบางคนจะตกแต่งจัดท่าทางแง่มุม ที่ตัวเองคิดว่าสุดสวยและสวยที่สุด หันให้อีกฝ่ายหนึ่งตลอดเวลา เช่นด้านซีกขวาของใบหน้าจะดูคมสันมีเส้นสวยมากกว่าเส้นซ้าย เวลานั่งคุยกันหรือกินข้าวก็จะเอียงด้านสวยให้อีกฝ่ายได้ยลโฉมตลอดเวลา

        ก็ยังนับว่าโชคดีที่บางคนมีด้านสวยอยู่ด้านข้างหรือด้านหน้า แต่ผู้หญิงบางคนออกจะโชคร้าย เพราะมีความสวยที่สุดอยู่ด้านเดียวก็คือ ด้านหลัง

        อย่างเวลาที่คุยกับหนุ่มไหน คงต้องนั่งหันหลังคุยกับเขาตลอด หันหน้ามาคุยไม่ได้เลย เพราะหันหน้ามาเมื่อใด อีกฝ่ายมีสิทธิ์เปลี่ยนใจได้เมื่อนั้น เหมือนกับผู้หญิงบางคนต้องคอยตัดพ้อต่อว่าผู้ชายที่ถ่ายรูปให้เธอ

        “ถ่ายยังไง ทำไมไม่เหมือนตัวจริงเลย ถ่ายรูปเป็นหรือเปล่าเนี่ย ไม่เคยถ่ายรูปให้ฉันสวย ๆ สักรูป”

        อีกฝ่ายหนึ่งก็อาจจะตอบกลับว่า

       “โธ่…เห็นใจฉันหน่อย ที่รูปเธอออกมาไม่สวยก็เพราะเธอเล่นนั่งทับส่วนที่สวยที่สุดของเธอไว้ตลอดเวลา แล้วจะให้ฉันถ่ายรูปออกมาสวย ๆ ได้ยังไง”

        ถ้าถึงกับกรณีนี้เห็นท่าจะลำบาก เพราะสวยด้านหลังยังพอจะหันหลังคุยกันได้ นี่เล่นนั่งทับด้านสวยเอาไว้ตลอดเวลาแล้วจะต้องคุยกันท่าไหน คิดแล้วยังใจหายอยู่เลย

        การแสดงความสวยในยุคนี้นับวันยิ่งเห็นได้บ่อยจัดชัดตามากขึ้นทุกที ซึ่งผู้แสดงก็มีทั้งผู้หญิงที่ต้องการความสวย และผู้ชายบางคนที่อยากสวย อาทิ การนำเอาแบบอย่างของโฆษณาในยุคปัจจุบันมาผสมกลมกลืนกับชีวิตประจำวัน นั่นคือโฆษณาของแซมพูสระผมสินค้าที่แข่งขันกันอย่างบ้าเลือดของสมัยนี้ ซึ่งมีทั้งที่สระผมเสร็จแล้วก็ออกมาตะโกนบอกว่า

        “ไม่เป็นอีกแล้วค่ะ ไม่เป็นอีกแล้วครับ”

        แต่ก็ไม่แน่เวลาซื้อไปสระจริง ๆ สระเสร็จแล้วอาจจะเดินออกมาตะโกนใหม่ว่า

        “ไม่ใช้อีกแล้วค่ะ ไม่ซื้ออีกแล้วครับ”

        ก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นประเภทใช้นางแบบออกมาพูดว่า

        “อย่าอิจฉาผมเงางามของตุ๊กเลยนะคะ เพราะตอนนี้ตุ๊กใช้ซันเซ็ตที่ผสมโปรวิตามินบีรวม คือตุ๊กก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าโปรวิตามินบีรวมคืออะไร แต่ว่า เออ…เขาจ้างมาโฆษณาก็ต้องว่าดีไปตามเขาละค่ะ”

        อย่างนี้ก็มี หรืออาจเป็นโฆษณาแชมพูสระผมที่ใช้ PRESENTER เป็นช่างผมมืออาชีพทีเดียว

        “โธ่ ช่างผมยอมเอาผมเป็นประกันอยู่แล้วค่ะ ไม่เชื่อช่างผมแล้วคุณจะไปเชื่อช่างไม้เหรอคะ”

        นี่คือเหล่ากองทัพโฆษณาแชมพูสระผมที่ดอกมาเพิ่มจิกกระชากศรีษะลูกค้าผู้ซื้อให้หันไปใช้แชมพูหรือครีมนวดผมยี่ห้อของตน

        และตามธรรมชาติของภาพยนตร์โฆษณาประเภทนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่ต้องมีผู้แสดงแบบที่มีผมยาวนุ่มสลวยเป็นมันดำขลับ แล้วการแสดงออกของภาพพจน์ของผมที่ดีที่สุดก็คือการสะบัด การทำกิริยาให้ผมสยายกระจายฟูฟ่อง เบาพริ้วไปในอากาศ เช่นหันหน้ากลับไปกลับมาแรง ๆ หรือเดิน ๆ อยู่หันหลังกลับพลึบ ผมแทบจะปลิวสยายมาตามใบหน้าไม่ทัน

        พฤติกรรมในภาพโฆษณาเหล่านี้ เริ่มจะแทรกซอนเข้าไปในชีวิตของผู้หญิงสาวสวยจำนวนหนึ่ง ที่เวลาเดินไปไหนปล่อยผมยาวสลวยเต็มหลัง แล้วอยู่ดี ๆ ก็หันหลังกลับมา ผมของเธอวิ่งตามกันมาเป็นขบวน แล้วมาหยุดตรงชานชาลาใบหน้าเธอแทบมองไม่เห็นหน้าค่าตาว่าเป็นใคร ดูแล้ว อย่างกะในหนังโฆษณาแน่ะ

        ผู้ชายบางคนเห็นแล้วนึกว่านางแบบโฆษณาแชมพูในบทโทรทัศน์เสียอีก ตะลึงมองอยู่ชั่วครู่ ประดุจเจอนะจังงัง จนกระทั่งเธอค่อย ๆ เอานิ้วเขี่ยเส้นผมที่ปิดบังใบหน้าออกจนหมด หนุ่มคนนั้นถึงได้คิดเพราะสติกลับคืนมาว่า ให้เส้นผมปิดใบหน้าไว้ทั้งหมดอย่างเก่ายังดูดีกว่าเยอะ ก็คงเป็นความคิดเห็นที่ไม่ผิดแต่ประการใด

        และเมื่อผู้หญิงหลายต่อหลายคนคิดเห็นว่าการสะบัดปลายสยายผมเป็นความงดงามอีกประการหนึ่งของสตรีเพศ แต่ทว่าการจะเหวี่ยงสะบัดให้ผมมันกระจายนั้นถ้าไม่ถูกกาละและเทศะ ก็อาจจะเป็นปัญหาได้เช่นกัน เช่นการยืนบนรถโดยสารประจำทางโดยเฉพาะการยืนแบบลดช่องว่างระหว่างชั้น คือแทบจะไม่มีช่องว่างเหลืออยู่อีกเลยระหว่างคนในรถ

        มีบางคนเผลอตัวนึกว่ากำลังโฆษณาแชมพู ยืน ๆ อยู่สะบัดผมพรวดเข้าให้คนที่อยู่ในรัศมีของเส้นผมได้รับการลงโทษจากแส้ผมม้า กันไปอย่างทั่วถึง ซึ่งก็มีอาการทั้งแสบทั้งคันยุบยิบ ๆ (ยิ่งบางคนยืนข้างหลังกำลังสลึมสลือ อ้าปากหาวสุดแรงเกิดคนข้างหน้าเกิดสะบัดผมมาพอดี เข้าไปเต็มปาก) ยิ่งกว่ากินยำยำจัมโบ้ซองโตสะใจซะอีก กว่าจะถอยออกมาหมดแรงก็คงได้ โปรวิตามินบีรวม เข้าไป 1 มื้อ

        ในกรณีอย่างนี้ไม่พึงควรปฏิบัติ เพราะถ้าไปเจอคนอารมณ์ดีมีความอดทน เขาอาจจะเตือนอย่างสุภาพว่า

        “ประทานโทษค่ะ ผมคุณสะบัดโดนใบหน้าดิฉัน ช่วยกรุณาเก็บผมของคุณด้วยค่ะ ก่อนที่หลังมือดิฉันจะสะบัดโดนใบหน้าของคุณ”

        นี่เตือนแบบสุภาพ ไม่ใช้อารมณ์ ไม่มีคำด่า แต่ฟังแล้วหน้าเริ่มชาล่วงหน้าไปแล้วแถบหนึ่ง หรือไปเจอประเภท สาวห้าวทอมเหี้ยม เขาอาจจะไม่เตือนแบบสุภาพดังข้างต้นก็เป็นได้ เพราอาจเตือนแบบที่เคยเป็นที่นิยม

        “ประกาศ ๆ เนื่องด้วยขณะนี้มีเส้นผมบางส่วนออกมาก่อความวุ่นวายบริเวณใบหน้าของดิฉัน ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยมั่นคงของใบหน้า ขอให้เจ้าของเส้นผมนำเส้นผมกลับสู่ที่ตั้งเดิมโดยด่วน และห้ามมิให้เส้นผมอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องออกมาบริเวณหน้าดิฉันอีก มิฉะนั้นจะใช้มาตรการรุนแรงในการปราบปรามขั้นเด็ดขาดทันที คำเตือน เส้นผมแตกปลาย รักษาได้ แต่ถ้า แตกโคนผม แม้แต่แอนตาซิลก็รักษายาก…”

        นี่คือเรื่องของผู้หญิงทุกคนที่จะวิ่งหนีความสวยงามไปไหนไม่มีทางหลุดพ้นเลย ตั้งแต่แรกรุ่นไปจนถึงรุ่นแรก

        เพราะผู้หญิงทุกคนต้อง เสริมสวย – แต่หน้าทาปาก แต่งองค์ทรงเครื่อง

        ผู้หญิงทุกคนต้อง เสริมสวย – ตรงไหนหย่อยยานเหี่ยวย่นก็ไปขึงพืดให้มันตึงมันเต่ง

        ผู้หญิงทุกคนต้อง ทำสวย – แสดงปฏิกิริยายิ้มแย้ม ทำตัวน่ารักมีเสน่ห์ ซึ่งอาจหมายรวมถึงการสยิวกายสยายผมนั่นด้วย

        และผู้หญิงเกือบทุกคนต้อง ทำสาว – คือ…เรื่องนี้คงจะอธิบายได้ยาก สรุปว่า ทำสวย ดีกว่า ทำแก่ เพราะแก่นั้นไม่ต้องทำมันก็แก่เองอยู่แล้ว แต่ทำสาว ต้องไปทำถึงจะสาว

        แม้ทำออกมาแล้วบางทีจะเป็นสาว (ในร่างคน) แก่ก็ตามทีและข้อสำคัญ อวัยวะส่วนที่นำไปทำสาวได้ดีที่สุดของผู้หญิงเราก็คือ…หัวใจ…นั่นเอง

        เฮ้อ…โล่ง…หัวใจ…ไปที…

เขียนโดย : จตุพล ชมภูนิช (อ.เชน)

 

Line@ : http://line.me/ti/p/%40sjm2414w
ลิงค์ Instagram : http://i.instagram.com/jatuponechompoonich/
ลิงค์ Youtube : www.youtube.com/c/SupershaneThailand
ลิงค์ Facebook : www.facebook.com/jatuponechompoonich

View : 0

Comments

comments